รีวิว BMW R 18 เมื่อความคลาสสิกเป็นหนึ่งเดียวกับโลกยุคใหม่ Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

รีวิว BMW R 18 เมื่อความคลาสสิกเป็นหนึ่งเดียวกับโลกยุคใหม่

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 12 กรกฎาคม 2564

ในเดือนเมษายน 2563 BMW Motorrad ประเทศไทย ได้เปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ ที่หยิบเอาความคลาสสิกของโมเดล BMW Concept R5 ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1936 มาปัดฝุ่นใหม่ในชื่อ BMW R 18 First Edition


BMW R 18 First Edition

BMW Motorrad ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์สัญชาติเยอรมัน เปิดตัว BMW R 18 First Edition รถมอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์ดีไซน์คลาสสิกที่ยกนำเอา DNA จาก BMW Concept R5 ที่เคยถูกสร้างขึ้นจริงเมื่อกว่า 80 ปีที่แล้ว มาชุบชีวิตใหม่ ด้วยเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่ารถมอเตอร์ไซค์ BMW เครื่องยนต์ Boxer รุ่นท็อปในปัจจุบันเสียอีก เจาะตลาดกลุ่มผู้ชื่นชอบรถทรงคลาสสิก

 

 

R 18 ไม่ได้เน้นความเร็ว

หากท่านคิดว่า รถมอเตอร์ไซค์ยิ่ง cc มาก ก็ยิ่งแรงมาก คุณ คิด ผิด ! เพราะรถคันนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเน้นความเร็ว มันมีแนวคิดการออกแบบที่ว่า ต้องการนำเอาความความคลาสสิคของยุคอนาล็อก ให้มีชีวิตในยุคดิจิตอลอย่างปัจจุบัน พร้อมยังสามารถบ่งบอกประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันล้ำค่าของ BMW Motorrad ลงบนรถมอเตอร์ไซค์คันนี้ได้อย่างลงตัว 

สำหรับการออกแบบตัวรถนั้น ไม่ได้เอามาแต่เพียงรูปทรงที่ดูย้อนยุคเท่านั้น แต่ยังนำเอามาทั้งดีไซน์ของท่อไอเสีย, บังโคลนแบบคลาสสิค รวมถึงระบบการทำงานบางอย่าง ของรถเช่นเพลาขับเคลื่อน ก็ต้องย้อนกลับไปใช้แบบเดียวกับยุคนั้นด้วย โดยใช้การคุมโทนสีดำ ตัดกับความเงาของโครเมี่ยมไว้ได้อย่างลงตัว

อนึ่ง รถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์ Boxer ของ BMW Motorrad ใช้ระบบการขับเคลื่อนด้วยเพลามาตั้งแต่รุ่นแรกถึงปัจจุบัน

 

 

แม้รถรุ่นนี้จะสร้างมาในทรงคลาสสิก แต่ก็แฝงความทันสมัยไว้ได้อย่างลงตัว เริ่มต้นจากไฟหน้าทรงกลม ที่เป็นไฟหน้าแบบ LED Headlight Pro ทั้งไฟสูง, ไฟต่ำ และไฟหรี่ในโคมทรงกลม ที่ดีไซน์มาได้อย่างลงตัว และยังมีคุณสมบัติเป็นไฟแบบ Cornering light สามารถส่องสว่างเข้าไปในโค้ง ในขณะที่รถกำลังเลี้ยวโค้ง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ในเวลากลางคืนได้ดีกว่าเดิม ส่วนไฟเลี้ยว ก็ยังให้ไฟแบบ LED มาด้วยเช่นกัน

 

ถัดมาด้านล่างในส่วนของโช๊คอัพ เป็นโช๊คแบบเทเลสโกปิก ดีไซน์คลาสสิก ทางด้านระบบเบรก ให้ดิสเบรกคู่ ปั้มเบรกจาก BMW 4 พอต พร้อมระบบ ABS ป้องกันล้อล็อก

 

 

ระบบเบรกด้านหลัง เป็นดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมปั้มเบรก 4 พอตด้วยกัน

 

 

หน้าจอเรือนไมล์ เป็นแบบทรงกลม มีทั้งมาตรวัดแบบเข็มอนาล็อกจับความเร็ว และมาตรวัดดิจิตอลในเรือนไมล์เดียวกัน

 

 

ประกับแฮนด์ด้านขวา ประกอบด้วยปุ่มควบคุมระบบไฟฟ้า, ปุ่มติดเครื่องยนต์ ส่วนปั้มเบรกด้านบน มีการตกแต่งด้วยฝาครอบโครเมี่ยม สลักอักษร BERLIN BUILT

 

 

ถัดมาที่ประกับแฮนด์ด้านซ้าย เป็นปุ่มควบคุมไฟหน้า, ปุ่มเปลี่ยนโหมดต่างๆ ผ่านหน้าจอเป็นต้น และบริเวณปั้มมือคลัชท์ ตกแต่งฝาครอบโครเมี่ยม สอดรับกับฝาปั้มเบรกด้านขวาอย่างลงตัว

 

 

ถังน้ำมันทรงหยดน้ำสไตล์คลาสสิก ความจุ 16 ลิตร

 

 

เบาะนั่งของตัวรถ เป็นเบาะตอนเดียว ความสูง 690 มม. ส่วนท่อไอเสีย เป็นท่อไอเสียโครเมี่ยมคู่ โดยมีการออกแบบให้มีลำตัวที่กว้าง แต่ปลายแคบ เรียกได้ว่าเป็นดีไซน์ที่นิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มรถ Cruiser ส่วนไฟท้าย เป็นโคมเดียวกันกับไฟเลี้ยว ชนิด LED

 

 

ช่วงล่างด้านหลังของตัวรถ มีการออกแบบให้ซ่อนตัวของโช๊คอัพไว้ด้านในสวิงอาร์มของตัวรถ และออกแบบให้ตัวอาร์มหลังของรถ เพลาขับ รวมถึงชุดเกียร์ สามารถเคลื่อนที่ได้ เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลให้กับตัวรถ

 

 

 

เพลาขับของรถ เปลือยออกมาด้านนอก โชว์การทำงานของระบบขับเคลื่อน เปรียบเสมือนนาฬิกาหรู ที่มีโชว์การทำงานภายใน

 

 

BMW R18 มีเกียร์ถอยหลัง

การจะเข็นรถมอเตอร์ไซค์น้ำหนักมากกว่า 300 กิโลกรัมถอยหลังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทาง BMW Motorrad ใส่ใจในเรื่องนี้ จึงมีการติดตั้งระบบเกียร์ถอยหลังมาให้ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการถอยรถ เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์

สะดวกสบายกับสายจอด ด้วยช่องชาร์จแบตเตอร์รี่บริเวณเดียวกับสวิทช์ถอยหลัง

 

 

ปรับได้ง่ายๆ ด้วยการดึงคันโยกเบาๆ (ระวังร้อนด้วยนะ)

 

 

BMW Boxer ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา

BMW R18 ใช้เครื่องยนต์ Boxer แบบ 2 ลูกสูบ วางนอนขวาง ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาด 1,802 ซีซี โดยมีข้อมูลทางเทคนิคดังนี้

 

 

เครื่องยนต์ 2 สูบวางนอนชนิด Boxer 4 จังหวะ 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ และน้ำมันหล่อเย็น
ขนาดกระบอกสูบ (มม.) 107.1 x 100
ความจุกระบอกสูบ 1,802 ซีซี
พละกำลังสูงสุด  91 แรงม้า ที่ 4,750 รอบ / นาที
แรงบิดสูงสุด 158 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ / นาที
ความเร็วสูงสุด มากกว่า 180 กม./ชม.
อัตราส่วนกำลังอัด 9.6 : 1
ระบบเกียร์ 6 สปีด
ระบบขับเคลื่อน เพลาขับเคลื่อน

 

 

ตัวรถ

เฟรม Double-cradle steel frame with screwed-on underbeams
โช๊คหน้า เทเลสโกปิค
โช๊คหลัง โช๊คอัพสปริงเดี่ยว
เบรคหน้า ดิสเบรคคู่ ขนาด 300 มม. พร้อมปั้มเบรค BMW 4 พอต และระบบ ABS
เบรคหลัง ดิสเบรคเดี่ยว ขนาด 200 มม. พร้อมปั้มเบรค 4 พอต และระบบ ABS
ยางหน้า 120/70 R19
ยางหลัง 180/65 B16

 

มิติรถ

ขนาด กว้าง x ยาว x สูง (มม.) 967 x 2,440 x 1,232
ความสูงเบาะ 690 มม. 
ระยะฐานล้อ 1,731 มม.
น้ำหนักตัวพร้อมใช้งาน 345 กก.
น้ำมันเชื้อเพลิง 16 ลิตร

 

ระบบกุญแจเป็นแบบคีย์เลส

 

ออปชั่นความปลอดภัยประจำรถ BMW R18 First Edition

- Hill Start Control
- Headlight Pro ระบบไฟส่องสว่างในโค้ง
- เกียร์ถอยหลัง
- สัญญาณกันขโมย
- สลิปเปอร์คลัทช์
- กุญแจคีย์เลส
- ระบบกระจายแรงเบรก
- ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ เมื่อเบรกฉุกเฉิน
- Riding Mode Rain, Roll, Rock

 

ทดสอบขับขี่ BMW R 18

ในส่วนของการทดสอบขับขี่ BMW R 18 ผมมีโอกาสทดสอบเจ้ารถคันนี้บนเส้นทางในเมืองเป็นหลัก และมีเอาไปทดลองวิ่งทางไกลมาแบบพอหอมปากหอมคอ เพื่อลิ้มรสชาติของสมรรถนะตัวรถคันนี้อย่างเต็มที่

สัมผัสแรกที่ขึ้นคร่อมเจ้ารถมอเตอร์ไซค์คันนี้คือ มันมีความสูงที่เป็นมิตรต่อทุกเพศทุกวัย ด้วยความสูงเบาะนั่งเพียง 690 มม. เท่านั้น กับตัวผมที่มีความสูง 168 ซม. สามารถวางเท้าลงพื้นได้ทั้ง 2 ข้างแบบสบายๆ ไร้กัลวลเรื่องน้ำหนักของตัวรถที่ 345 กก. ไปได้เลย

ตำแหน่งท่านั่งของตัวรถ อยู่ในสไตล์ของรถ Cruiser คือตำแหน่งเบาะนั่งต่ำ แฮนด์ดึงหาตัวผู้ขับขี่ ทว่าตำแหน่งการวางขายังอยู่ตรงกลาง โดยส่วนตัวผู้เขียนค่อนข้างชื่นชอบรถที่มีตำแหน่งวางเท้าตรงกลางมากกว่ายืดเหยียดไปด้านหน้า แม้ว่าการยืดไปด้านหน้ามันจะสบายกว่าก็จริง แต่ในบางสถานการณ์เช่นเราปวดเมื่อยจนอยากยืนบ้าง มันยืนไม่ได้นี่สิ

แต่เห็น R 18 มีเครื่องวางขวางแบบนี้ มันก็ยืดขาได้นะ (เอาขาพาดหัวเครื่องยนต์เลย)

 

 

เวลาเมื่อยก็ยืนบ้าง เป็นปกติ

 

 

เรื่องกำลังของเครื่องยนต์ของ BMW R 18 บอกเลยว่าหายห่วง แม้ว่าพละกำลังแรงม้าและแรงบิดทั้ง 3 โหมด จะให้มาเท่าๆ กัน ทว่าฟิลลิ่งการขับขี่จากโหมดทั้ง 3 นั้นมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน อธิบายได้ดังนี้

โหมด Rain เป็นโหมดที่ระบบความปลอดภัยสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ถูกเปิดใช้งานในระดับสูงสุดทั้งหมด ลักษณะนิสัยของคันเร่งจะมีอาการหน่วงค่อนข้างมาก ข้อดีคือมันทำให้เราควบคุมรถในความเร็วต่ำได้ง่ายมากๆ ทำให้รถมีความนุ่มนวลสูงมาก และมอบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ค่อนข้างต่ำมากเพียง 20 กม./ลิตร เท่านั้น อีกทั้งเป็นโหมดที่อัตราเร่งของตัวรถจะมาแบบค่อยเป็นค่อยไป จัดว่าเป็นโหมดที่ขี่ง่ายที่สุด และเป็นมิตรที่สุดสำหรับผู้ใช้ เหมาะสำหรับการขับขี่ทุกรูปแบบ

โดยส่วนตัวผู้เขียน ทุกครั้งที่ใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ของ BMW Motorrad มักจะเลือกใช้งานโหมด Rain เป็นหลัก เนื่องจากมันเป็นโหมดที่ใช้ระบบความปลอดภัยทั้งหมดของตัวรถได้อย่างคุ้มค่าที่สุดแล้ว (เค้าให้มา เราต้องใช้)

 

 

โหมด Roll หรือโหมด Standard ในรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป เป็นโหมดการขับขี่ที่อัพเกรดการตอบสนองคันเร่งให้มาไวยิ่งขึ้นกว่าโหมด Rain ส่วนระบบความปลอดภัยต่างๆ ถูกเปิดใช้งานทั้งหมด แต่จะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าโหมด Rain ที่เด่นๆ เห็นจะเป็นเรื่องการตอบสนองของคันเร่งที่มาไวขึ้น รอบเครื่องกวาดเร็วขึ้น

โหมด Rock โหมดสำหรับขาโหด จัดเป็นโหมดที่นำเอาฟิลลิ่งความดิบของเครื่องยนต์ Boxer ยุคเก่ามาได้อย่างเต็มเปี่ยม เพียงคุณเปลี่ยนโหมดการขับขี่มาที่โหมด Rock อาการของเครื่องยนต์ก็เปลี่ยนไปยังกับรถคนละคัน ทั้งอาการหอบ, รอบเครื่องยนต์สวิงขึ้น-ลง และอาการที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ Boxer นั่นคือ "อาการชก" แม้คุณอยู่ในรอบเดินเบา ก็สัมผัสได้ถึงอาการดึงซ้ายของตัวเครื่องยนต์เลยทีเดียว และยิ่งคุณเบิ้ลเครื่อง รถก็จะยิ่งชกแรงมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากอาการของตัวรถที่เปลี่ยนไปแล้ว คันเร่งก็มีการตอบสนองที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยคันเร่งจะตอบสนองแบบจี้ดจ้าดสะใจมากๆ เอาว่าหากคุณเปิดคันเร่งเพียง 15% ในโหมดนี้ มันน่าจะเทียบเท่ากับการเปิดคันเร่ง 50% ในโหมด Rain เลยทีเดียว โดยในโหมด Roll รถจะยอมให้เกิดอาการล้อหมุนฟรีได้บ้าง และยอมให้รถเสียการทรงตัวได้ในระดับหนึ่ง สำหรับท่านที่อยากทำท่าแอคชั่นเท่ๆ หรืออยากได้การตอบสนองของเครื่องยนต์แบบโหดๆ แรงบิดหนักๆ รอบเครื่องกวาดเร็วๆ แนะนำให้ใช้งานในโหมดนี้เลย จัดว่าเป็นโหมดที่ถูกใจขาโหดมิใช่น้อย

 

 

ช่วงล่างของ BMW R 18 จัดว่าเป็นช่วงล่างที่เหมาะสมสำหรับการขับขี่บนทางดำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการขับขี่บนความเร็วยืนพื้นเกิน 90 กม./ชม. ช่วงล่างมีการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมมากๆ ประกอบกับน้ำหนักของตัวรถที่ช่วยกดลงไปบนถนนอีก ทำให้การขับขี่ด้วยความเร็วสูงนั้นนิ่งมากๆ เรียกได้ว่าหมดห่วงเรื่องโดนลมพัดเข้าด้านข้างได้เลย เจ้ารถคันนี้มันพร้อมจะพาท่านเดินทางไปทั้งใกล้และไกลได้อย่างสบายๆ

 

ในส่วนของการเข้าโค้งนั้น BMW R 18 จัดเป็นรถที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำสไตล์เครื่องยนต์ Boxer เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับตำแหน่งที่นั่งของผู้ขับขี่ที่ต่ำอยู่แล้วสไตล์รถ Cruiser มันจึงเป็นรถมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่งอีกหนึ่งรุ่นที่เข้าโค้งได้ง่าย โดยเฉพาะการเข้าโค้งด้วยการ Counter steering จะยิ่งประหยัดแรงมากขึ้นไปอีก เพราะแฮนด์ของเค้ามีความกว้างที่ค่อนข้างมาก ส่งผลให้พารถเข้าโค้งง่าย ไม่มีอาการดื้อโค้งแต่อย่างใด อีกทั้งตัวช่วงล่างมีการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม ส่วนนี้จัดว่าดี

แถมการแบนรถเข้าโค้งนั้น ตัวรถยังมีระบบไฟ Cornering light ช่วยส่องทางในโค้งให้สว่างขึ้น ส่งผลให้มองเส้นทางการขับขี่ยามค่ำคืนได้ง่ายกว่า เรียกได้ว่าข้อนี้สอบผ่าน

 

 

ข้อสังเกตุ BMW R 18

มีดีก็ต้องมีเอ๊ะกันบ้าง แม้ว่า BMW R 18 จะมีข้อดีมากมาย ทั้งเรื่องงานดีไซน์ เทคโนโลยี รวมถึงการขับขี่ มันก็มีข้อสังเกตุด้วยเช่นกัน สิ่งแรกที่เราพบนั่นคือ รถคันนี้ไม่ควรที่จะนำมาขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัดเป็นอย่างยิ่ง ด้วยขนาดของตัวรถที่ยาว ส่งผลให้วงเลี้ยวกว้างแล้วไม่พอ เรื่อง "ความร้อน" จากเครื่องยนต์ 2 สูบนอน ขนาดใหญ่ถึง 1,802 cc อีกทั้งยังเป็นระบบระบายความร้อนด้วย "อากาศ" หากคุณใช้รถรุ่นนี้ในการขับขี่เดินทางไกลเป็นหลัก หรือใช้ขับขี่สันทนาการยามค่ำคืน จุดนี้จะไม่ใช่ข้อกังวล

แต่ถ้าคุณอยากจะนำมันไปขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัด

เลี่ยงได้เลี่ยง

เพราะความร้อนมหาศาลของเครื่องยนต์ที่มีอากาศไหลผ่านน้อยนั้น มันพร้อมที่จะส่งพลังของมันมายังร่างกายของท่าน จนพาให้ท่านอยากแวะทานน้ำหรือตากแอร์กันเลยทีเดียวเชียว

 

 

BMW R 18 เกียร์ถอยหลัง

บ่อยครั้งที่เวลาถอยหลังรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆ มีน้ำหนักมากๆ คนส่วนใหญ่มักจะชินกับการให้คนมาช่วยกันดันเพื่อถอยหลังได้โดยง่าย ทว่าไม้เด็ดของเจ้า BMW R18 นั่นคือระบบถอยหลังนั่นเอง โดยระบบการถอยหลังของรถรุ่นนี้จะใช้เป็นไดสตาร์ทในการสั่งให้เฟืองขับดึงตัวรถถอยไปด้านหลัง ซึ่งใช้วิธีปรับคันโยกบริเวณน่องขาซ้ายเป็นตำแหน่ง R และกดปุ่มสตาร์ทรถ เพื่อสั่งให้รถวิ่งถอยหลังนั่นเอง ซึ่งระบบถอยหลังนี้มีแรงบิดที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แรกๆ อาจจะตกใจสักนิด แนะนำให้คลอเบรกไว้ด้วยจะคุมง่ายขึ้น แต่ถ้าชินแล้วมันจะใช้งานได้ง่ายมากๆ

 

ราคา BMW R 18

ในส่วนของราคาวางจำหน่าย BMW R 18 First Edition ในประเทศไทย อยู่ที่ 1,150,000 บาท ประกอบจาก เบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน นำเข้าประเทศไทยทั้งคัน ท่านที่สนใจสามารถจับจอง และเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ BMW ทั่วประเทศ

 

อ่าน รีวิว BMW R 1250 GSA คันเดียวจบ ครบทุกความต้องการของนักเดินทาง
อ่าน โรงงานประกอบมอเตอร์ไซค์ BMW ในประเทศไทย
อ่าน รีวิว BMW F900XR 2021 สปอร์ตทัวร์ริ่งออปชั่นหลักล้าน ช่วงล่างเยี่ยม

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ